ผู้เขียน หัวข้อ: !!ขาย เครื่องเสียงกลางแจ้ง เพาเวอร์แอมป์ Atprosound.com คุณภาพดีมาก  (อ่าน 10 ครั้ง)

diorarmani2000

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4058
    • ดูรายละเอียด
  - รูปแบบการทำงานของ เพาเวอร์แอมป์ คลาส AB -
เพาเวอร์แอมป์เป็นเครื่องมือที่สำคัญมาก ในระบบเสียงที่ใช้ขับลำโพงให้มีเสียงดังออกมาก วันนี้เราก็เลยมาชี้แนะรูปแบบการทำงานของ เพาเวอร์แอมป์ คลาส AB ที่ใช้กันอยู่ทั่วๆไปให้แก่ท่านรู้กัน เพาเวอร์แอมป์คลาส ABเป็นการประสมประสานลักษณะการทำงานของ คลาส A แล้วก็ คลาส B เข้าด้วยกัน ถ้าอย่างนั้นลำดับแรกเรามารู้จะ เพาเวอร์แอมป์คลาส A แล้วก็ B กันก่อน เครื่องเสียงกลางแจ้ง

     

เลือกชมสินค้าคลิ๊ก Mixer https://www.atprosound.com/product-category/pa-system/

     - เพาเวอร์แอมป์ คลาส A -
เพาเวอร์แอมป์คลาส A เป็นวงจรขยายเสียงแบบเรียบง่ายโดยจะใช้ทรานซิสเตอร์ขยายสัญญาณแค่ตัวเดียว โดยทรานซิสเตอร์จะถูกไบอัสกระแสอยู่ตลอดเวลาถึงจะไม่มีสัญญาณเสียงเข้ามา ก็เลยทำให้เกิดความร้อนต่อทรานซิสเตอร์สูง ก็เลยทำให้มีคุณภาพต่ำ หรือ ได้กำลังวัตต์น้อยนั้นเอง แต่ว่าจุดเด่นของภาคขยายแบบคลาส A คือ ให้ลาดละเอียดเสียงที่ดี ความผิดพลาดฟั่นเฟือนของเสียงต่ำมากมาย เพาเวอร์แอมป์คลาสนี้ปัจจุบันนี้หาได้ยากมาก ส่วนใหญ่จะอยู่ในระบบเสียง Hi-End สะจำนวนมาก เพาเวอร์แอมป์

     - เพาเวอร์แอมป์คลาส B -
เพาเวอร์แอมป์คลาส B เป็นวงจรขยายเสียงที่อาศัยการทำงานแบบ Push-Pull (ผลัก-ดึง) โดยจะใช้ทรานซิสเตอร์ 2 ตัว โดยตัวนึ่งเป็นแบบ NPN ทำหน้าที่ขยายสัญญาณเสียงสัญญาณที่มีแอมพลิจูด ทางด้านบวก และ ใช้ทรานซิสเตอร์แบบ PNP ปฏิบัติภารกิจขยายสัญญาณเสียงที่มีแอมพลิจูด ทางด้านลบ วงจรจะทำงานต่อเมื่อมีสัญญาณเสียงเข้ามาเพียงแค่นั้น วงจรขยายเสียงคลาส B มีคุณภาพสูงยิ่งกว่า คลาสA แต่ว่าข้อผิดพลาด คือ มีความผิดสติไม่ดีสูงเพราะรอยต่อระหว่างสัญญาณส่วนบวกและก็ลบ(crossover distortion ) เป็นจุดที่กระตุ้นให้เกิดความเพี้ยนสูง ปัจจุบันเรียกได้ว่าไม่มีเพาเวอร์คลาส B อยู่เลยก็ว่าได้ Mixer

   

     - เพาเวอร์แอมป์คลาส AB -
เพาเวอร์แอมป์คลาส AB อย่างที่กล่าวเอาไว้ข้างต้นว่า เพาเวอร์แอมป์คลาส AB คือการประสมประสานข้อดีของแอป์ คลาส A และก็ B เอาไว้รวมกันเพื่อมีประสิทธิภาพสูงขึ้นยิ่งกว่าคลาส A แล้วก็ ความผิดพลาดฟั่นเฟือนต่ำยิ่งกว่าคลาส B โดยวงจรขยายจะใช้การดำเนินงานแบบ Push-Pull (ผลัก-ดัน) โดยจะใช้ทรานซิสเตอร์ 2 ตัว โดยตัวนึ่งเป็นแบบ NPN ทำหน้าที่ขยายสัญญาณเสียงสัญญาณที่มีแอมพลิจูด ทางด้านบวก แล้วก็ ใช้ทรานซิสเตอร์แบบ PNP ปฏิบัติภารกิจขยายสัญญาณเสียงที่มีแอมพลิจูด ทางด้านลบ เช่นเดียวกับคลาส B แม้กระนั้นจะทำการแก้ไข้เรื่องความผิดพลาดบ้าจุดต่อระหว่างสัญญาณซีกบวกและลบ(crossover distortion ) โดยการไบอัสกระแสให้กับทรานซิสเตอร์ไว้ต่ำๆเพื่อช่วยลดความผิดฟั่นเฟือน จึงทำให้ได้คุณภาพเสียงใกล้เคียงกับคลาส A แต่ว่าความร้อนต่ำลงมากยิ่งกว่าคลาส A รวมทั้ง เพาเวอร์แอมป์คลาส AB เรียกได้ว่าได้รับความนิยมชั่วนิจนิรันดร์ของทุกแวดวงเสียง สามารถขับเสียงได้ทุกย่านเสียง แล้วก็ ที่สำคัญคลาส AB เป็นพื้นฐานของเพาเวอร์คลาสอื่นๆอีกมากมาย ยกตัวอย่างเช่น คลาส G , คลาส H , คลาส TD , คลาส HD รวมทั้ง EEEngine ฯลฯ

     - ไมค์ DPA 4099 2 สี แตกต่างกันยังไง ?
ถ้าเกิดเข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ AT แล้วเสิร์ชหา DPA 4099 จะพบว่า มีไมค์ DPA 4099 อยู่ 2 สีหมายถึงเหลือง กับแดง แล้วถ้าจะต้องซื้อ จะซื้อสีไหน ?

     - DPA 4099 เป็นไมค์จ่อเครื่องดนตรี ประสิทธิภาพสูง
ออกมาทั้งหมด 2 รุ่น ในการใช้งานเครื่องดนตรีต่างจำพวกกัน

     

     - โดยเริ่มจาก DPA CORE 4099 for Lund SPL DC-1 หรือ สีแดง
เป็นไมค์สำหรับรับเครื่องดนตรีทุกประเภท เหมาะกับดนตรีคลาสสิก ดังเช่น ไวโอลิน, เปียโน, กีต้าร์โปร่ง, แซกโซโฟน, เชลโล่, คลาริเน็ต, ฟลูต เป็นต้น รับเสียงพีคได้ถึง 142 dB ซึ่งนับว่ามากพอสำหรับเครื่องดนตรีชนิดคลาสสิก ตามที่ยกตัวอย่างไป ไมโครโฟน

     - ส่วน DPA CORE 4099 for Extreme SPL DC-2 หรือ สีเหลือง
เป็นไมค์สำหรับรับเสียงอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีที่ดังมากๆอาทิเช่น กลอง, ทรัมเป็ต, แตรทองเหลือง แล้วก็เครื่องลมทองเหลืองอื่นๆรับเสียงพีคได้ถึง 152 dB ซึ่งจัดว่ามากพอสำหรับอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีประเภทร็อคแบนด์ ดังที่ยกตัวอย่างไป และยังเป็นรุ่นที่วงร็อคระดับนานาชาติอย่าง Metallica เลือกใช้เพื่อสำหรับในการจ่อกลองชุด สำหรับทัวร์การแสดงดนตรีด้วยครับ

     - ราคา 29,760 บาท เสมอกันอีกทั้ง 2 รุ่น
จะได้ ไมค์ 4099 1 ตัว และคลิปคีบตามประเภทอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีที่ปรารถนา 1 ชิ้น

Tags : เครื่องเสียงกลางแจ้ง,Mixer,ไมโครโฟน